Apple, Inc.

Apple, Inc. เป็นชื่อปัจจุบันของบริษัท Apple เปลี่ยนมาจากชื่อเดิมว่า Apple Computer, Inc. เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกา ผลิตภัณฑ์ของ Apple มีทั้ง Hardware , Software , การให้บริการออนไลน์ โดยผลิตภัณฑ์ Hardware ที่เป็นที่รู้จักกันมากก็คือ คอมพิวเตอร์ Macintosh , เครื่องเล่น iPod และ โทรศัพท์มือถือ iPhone ส่วน Software ก็เป็นที่รู้จักกันมากก็คือ ระบบปฎิบัติการ Mac OS X , โปรแกรม iTunes? , โปรแกรม iLife? และ โปรแกรม Final Cut Studio? นอกจากนั้น Apple ยังดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกของตนเอง ภายใต้ชื่อ Apple Store? เป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าของตัวเอง ซึ่งมีสาขากว่า 250 สาขาใน 9 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย และยังมี Apple Store? ร้านค้าปลึกออนไลน์ของตัวเองภายใต้ชื่อเดียวกัน ในเว็บไซต์ apple.com

เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 1976 และจดทะเบียนเป็นทางการในวันที่ 3 มกราคม 1977 ในตอนแรกบริษัทใช้ชื่อว่า "Apple Computer, Inc." ซึ่งชื่อนี้ก็ถูกใช้มาเป็นระยะเวลา 30 ปี จนกระทั่งในวันที่ 9 มกราคม 2007 ได้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัท โดยนำคำว่า Computer ออกไป เหลือไว้เพียง "Apple, Inc" เท่านั้น เพื่อสื่อให้เห็นถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ที่จะไม่มุ่งเน้นเพียงแค่ทำผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่จะขยายงานออกไปสู่ธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากผลิตและขายคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา Apple มีพนักงานกว่า 32,000 คนทั่วโลก ทำมูลค่าการขายทั่วโลกในปี 2008 ถึงกว่า 32,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับผู้บริโภคแล้วนั้น Apple นั้นมีความแตกจากบริษัทอื่นอย่างชัดเจน ด้วยปรัญชาในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัท ที่ทำให้สินค้ามีรูปแบบ และการใช้งานที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ รูปแบบการทำการตลาด และชิ้นงานโฆษณาที่มีความโดดเด่น เป็นที่พูดถึงมากมายในหลายประเด็น มีฐานลูกค้าที่เชื่อมั่นและผูกพันกับตราสินค้าของบริษัทค่อนข้างสูง ในปี 2008 นิตยสาร Fortune ยกให้ Apple เป็นบริษัทที่ได้รับความชื่นชอบมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ประวัติ

1976-1980 : ยุคเริ่มต้น

Apple ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 1976 โดย Steve Jobs? , Steve Wozniak? และ Ronald Wayne? เพื่อขายชุดคิทเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ชื่อว่า Apple I? ซึ่งถูกสร้างโดย Wozniak เป็นการทำแบบทำมือ ยังไม่ได้ทำเป็นอุตสากรรม โดยเปิดตัวสู่สาธารณะชนครั้งแรกในงาน Homebrew Computer Club ในครั้งแรกนั้น Apple I ขายเฉพาะ motherboard ซึ่งประกอลด้วย CPU, RAM และ Video chips ที่ทำงานได้ในโหมดตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว ห่างไกลจากภาพลักษณ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ในปัจจุบันนี้มาก Apple I เริ่มขายในเดือนกรกฎาคม 1976 ราคาขายในตอนนั้นคือ 666.66 เหรียญสหรัฐ

Apple ได้รับการจดทะเบียนเป็นทางการในวันที่ 3 มกราคม 1977 ในตอนนั้นไม่มี Wayne ร่วมด้วยแล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะเริ่มดำเนินกิจการจริงๆจังๆ Wayne ได้ขายหุ้นทั้งหมดของตน ให้กับ Jobs และ Wozniak ในราคา 800 เหรียญสหรัฐ ในช่วงก่อตั้งบริษัท Apple ได้รับการช่วยเหลือทั้งในด้านเงินทุน และความรู้ต่างๆจาก Mike Markkula? โดย Markkula มอบเงินลงทุนจำนวน 250,000 เหรียญสหรัฐกับ Apple

Apple II? เปิดตัวในงาน West Coast Computer Faire ในวันที่ 16 เมษายน 1977 เครื่อง Apple II นั้นมีความแตกต่างจากเครื่องคอมพิวเตอร์คู่แข่งในขณะนั้นอย่าง TRS-80 และ Commodore PET อย่างมาก เพราะมันมีการแสดงผลเป็นแบบสี และมีสถาปัตยกรรมแบบเปิด ในขณะที่เครื่องรุ่นอื่นๆก่อนหน้าใช้ Tape Cassette เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูล Apple II ใช้แผ่น Floppy disk ขนาด 5¼ นิ้ว มีชื่อเรียกว่า Disk II?

Apple II ได้รับเลือกให้เป็นเครื่องสำหรับโปรแกรม VisiCalc? ซึ่งเป็นโปรแกรม Spreadsheet ใช้ในการคำนวณตารางงาน VisiCalc? สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับ Apple II ผู้ใช้งานตามบ้านก็มีความต้องการในการซื้อ Apple II เพื่อให้ทำงานกับที่สำนักงานได้ ทำให้ยอดขายของ Apple เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงนี้

ในช่วงปลายของยุคปี 70 Apple มีทีมงานออกแบบ และมีทีมงานผลิตคอมพิวเตอร์ Apple III? เป็นเครื่องรุ่นต่อมา ซึ่งเข้ามาทำตลาดแข่งกับ IBM และ Microsoft ในตลาดคอมพิวเตอร์สำหรับสำนักงานและองค์กรธุรกิจ ในช่วงนี้ยอดขายของ Apple เริ่มได้รับผลกระทบจากการเข้าสู่ธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง IBM

ในเดือนธันวาคม 1979 Jobs และทีมวิศวกรของ Apple ซึ่งมี Jef Raskin? ร่วมทีมอยู่ด้วย ได้ไปเยี่ยมชมศูนย์การวิจัยของ Xerox เพื่อชม Xerox Alto ซึ่งทำให้ Jobs เชื่อมั่นว่าในอนาคตโลกของคอมพิวเตอร์จะใช้ GUI และการพัฒนา GUI ของ Apple ก็เริ่มขึ้นโดยจะนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Apple Lisa?

1981-1985 : Lisa และ Maintosh

ในปี 1978 Steve Jobs? เริ่มทำ Apple Lisa? จนกระทั่งปี 1982 เขาถูกกดดันให้ออกจากทีมพัฒนา Lisa และหันไปทำงานในโครงการคอมพิวเตอร์ราคาถูกของ Jef Raskin? ที่ชื่อว่า Macintosh มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงระหว่างทีมพัฒนาของบริษัท ที่พัฒนา Lisa และทีมของ Jobs ที่พัฒนา Macintosh เลยเถิดไปจนถึงขั้น Jobs ปักธงโจรสลัดขึ้นเหนือที่ทำงาน ทั้งสองทีมแข่งกันว่าผลิตภัณฑ์ของใครจะออกมาขายได้ก่อน และผลิตภัณฑ์ไหนจะช่วยพยุงฐานะทางการเงินของ Apple ให้ดีขึ้นได้ ในปี 1983 ทีมพัฒนา Lisa ชนะการแข่งขัน โดยสามารถนำ Lisa ออกสู่ตลาดได้ก่อน เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกที่วางขาย พร้อมกับระบบการติดต่อผู้ใช้งานแบบกราฟฟิก (GUI) แม้จะออกมาได้ก่อนแต่ Lisa กลับประสบความล้มเหลวในทางการตลาด เนื่องจากราคาที่สูง และมีซอฟท์แวร์ให้ใช้งานจำนวนจำกัด

ในปี 1984 Apple เปิดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ชื่อว่า Macintosh มีการเปิดตัวต่อสาธารณะชนโดยใช้โฆษณาทางโทรทัศน์ ด้วยเม็ดเงินจำนวน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นภาพยนตร์โฆษณาที่ชื่อว่า "1984? " กำกับโดยผู้กำกับมือดีอย่าง Ridley Scott ออกอากาศครั้งแรกในช่วงที่ 3 ของการแข่ง Super Bowl ในวันที่ 22 มกราคม 1984 ปัจจุบันโฆษณาดังกล่าวได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานชิ้นเอก ที่เป็นส่วนหนึ่งของจุดหักเห อันนำมาซึ่งความสำเร็จของ Apple ในช่วงนั้น

ในช่วงแรกนั้น Macintosh ทำยอดขายได้ดี แต่ช่วงหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมากนัก ชะตากรรมของ Macintosh พลิกผันอีกครั้งเมื่อมีการเปิดตัว LaserWriter? เครื่องพิมพ์เลเซอร์แบบ PostScript? ตัวแรก ซึ่งมีราคาสมเหตุสมผล รวมไปถึงโปรแกรม PageMaker ของบริษัท Aldus ซึ่งเป็นโปรแกรมประเภท Desktop Publishing ทำให้เครื่อง Mac มีความได้เปรียบมีจุดยืนที่แข็งแรงเป็นอย่างยิ่งในตลาด เนื่องมาจากความสามารถในการทำงานกราฟฟิก ผลิตภัณฑ์ทั้งสามได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการสิ่งพิมพ์

ด้วยความสำเร็จของ Apple II และ Macintosh ทำให้ Apple สามารถทำยอดขายสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งมา ในที่สุด Apple ก็เข้าตลาดหลักทรัพย์ และเปิดขายหุ้น IPO อย่างเป็นทางการในวันที่ 7 กันยายน 1984

จากความขัดแย้งระหว่าง Jobs และ John Sculley? CEO คนใหม่ของ Apple ในปี 1985 คณะกรรมการบริหารเลือกที่จะยืนอยู่ข้าง Sculley และ Jobs ถูกยึดอำนาจในการบริหาร ในที่สุด Jobs ถูกกดดันให้ออกจาก Apple และไปก่อตั้งบริษัท NeXT, Inc.? ในปีเดียวกันนั้นเอง

ในช่วงปลายปียุค 80 นั้น Apple ยังรักษายอดขายได้ โดยได้รับอานิสงส์ส่วนหนึ่งจากตลาดการศึกษา อันเป็นผลพวงจากการโปรแกรมภาษาที่ชื่อว่า LOGO? ในเครื่อง Apple II ซึ่งใช้อยู่ในหลายโรงเรียน Apple เข้าสู่ตลาดการศึกษาชัดเจน โดยการบริจาคเครื่อง Apple II และโปรแกรมภาษา Apple LOGO ให้กับโรงเรียนทุกโรงเรียนใน California

1986-1993 : มีขึ้นต้องมีลง

เป็นบทเรียนที่เจ็บปวดสำหรับ Apple หลังจากเปิดตัว Macintosh Portable? ในปี 1989 ซึ่งใหญ่เทอะทะ ในปี 1991 Apple ได้เปิดตัว ProductPowerBook? [PowerBook] ซึ่งมีการออกแบบที่ดูทันสมัย อีกทั้งยังมีการวางตำแหน่งต่างๆ ได้อย่างเหมาะกับการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง ในปีเดียวกัน Apple ได้เปิดตัว System 7? เป็นระบบปฎิบัติการที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นอย่างมาก มีการเพิ่มสีสันเข้าไปในส่วนติดต่อกับผู้ใช้ อีกทั้งยังมีความสามารถในการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย System 7 ได้กลายเป็นพื้นฐานโครงสร้างสถาปัตยกรรมของ Mac OS? รุ่นต่อๆมาจนถึงปี 2001

ความสำเร็จของ PowerBook? และผลิตภัณฑ์อื่นๆในช่วงนี้ ทำกำไรให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก ราวกับว่า Apple ทำอะไรก็ดีไปเสียหมด มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สร้างผลกำไรในขั้นตอนต่างๆ ในช่วงนั้นเริ่มมีนิตยสารเฉพาะของ Mac ชื่อ MacAddict เกิดขึ้น เป็นยุคทองของ Macintosh เลยทีเดียว

หลังจากประสบความสำเร็จกับ LC? Apple ก็เปิดตัว Centris? , Quadra? และ Performa? แต่ละสายการผลิตก็ออกกันมาหลายรุ่น มีความต่างกันนั่นนิดนี่หน่อย เพื่อไม่ให้เกิดการแข่งกันเอง โดยวางขายในห้างค้าปลีกใหญ่ๆ เช่น Sears, Price Club และ Wal-Mart ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นอย่างที่คิด ปรากฎว่าผู้ซื้อสับสน และไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างแต่ละรุ่น เค้าลางความล้มเหลวเริ่มก่อตัวขึ้น

ในช่วงดังกล่าว Apple ได้ประสบความล้มเหลวกับผลิตภัณฑ์ทดลองหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น กล้องถ่ายรูปดิจิตอล (QuickTake? ) , เครื่องเล่น CD แบบพกพา (PowerCD? ) , ลำโพง , เครื่องเล่นเกมส์ (Bandai Pippin? ) และ อุปกรณ์ที่ใช้กับ TV? ที่เลวร้ายที่สุดก็คือการลงทุนลงแรงไปกับการสร้างทีมพัฒนา Newton? อันเป็นผลจากการคาดการณ์ที่ผิดพลาดของ John Sculley ซึ่งมองความต้องการของตลาดผิด ที่สุดแล้วเรื่องราวทั้งหลายสะสมปะดังปะเดกัน ทำให้ส่วนแบ่งในตลาดตลอดจนราคาหุ้นของ Apple ลดลงอย่างต่อเนื่อง

Apple มองว่าเครื่องใน ตระกูล Apple II? ใช้งบในการผลิตสูงเกินไป ในปี 1990 Apple ได้ออก Macintosh LC? ซึ่งมีช่องส่วนขยาย สำหรับใส่ Apple IIe Card? ซึ่งจะช่วยโยกย้ายผู้ใช้งาน Apple II ให้ไปใช้งาน Macintosh จากนั้น Apple ก็หยุดขาย Apple II ในปี 1993

ขณะเดียวกัน Microsoft สามารเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดสำหรับระบบปฎิบัติการ Windows ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับเครื่อง PC ราคาถูก ในขณะที่ Apple มุ่งไปในการทำตลาดกับสินค้าในระดับสูง แม้ว่าจะมีคุณภาพดีแต่ราคาก็แพงตามไปด้วย ในช่วงนั้น Apple ได้ยื่นฟ้อง Microsoft ว่าใช้ GUI ที่เหมือนกับใน Apple Lisa คดีความระหว่าง Apple และ Microsoft ค้างคาอยู่ในศาสหลายปี ในช่วงเวลาดังกล่าวจากความล้มเหลวของผลิตภัณฑ์หลายตัว ความล่าช้าในการออกผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามกำหนด ทำให้ชื่อเสียงของ Apple เสียหาย ในที่สุด Sculley ถูกถอดจากตำแหน่งและบริษัทได้ตั้ง Michael Spindler? ขึ้นมาเป็น CEO แทน

1994-1997 : ดิ้นเพื่อการอยู่รอด

ช่วงปลายปียุค 90 Apple ได้พัฒนา platform อื่นสำหรับใช้กับ Macintosh อย่างเช่น A/UX? เนื่องมาจาก platform Macintosh นั้นเริ่มจะล้าสมัยเสียแล้ว เนื่องมาจากมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการทำงานแบบ Multitasking และการทำงานของซอฟท์แวร์หลายๆอย่าง ถูกโปรแกรมเข้าไปในฮาร์ดแวร์โดยตรง ในขณะเดียวกับ Apple เผชิญหน้ากับการแข่งขันจาก OS/2 และ UNIX อีกหลายรายอย่างเช่น Sun Microsystems ทำให้บริษัทต้องการระบบปฎิบัติการใหม่มาแทนที่ระบบปฎิบัติการเดิม

ในปี 1994 Apple จับมือกับ IBM และ Motorola ภายใต้ชื่อว่า AIM alliance เป้าหมายก็คือการสร้าง platform สำหรับคอมพิวเตอร์ใหม่ขึ้นมา ซึ่งจะใช้ฮาร์ดแวร์จาก IBM และ Motorola ในขณะที่ซอฟท์แวร์นั้นจะใช้ของ Apple โดยหวังว่าซอฟท์แวร์จาก Apple จะสามาแซงและทิ้ง PC ไว้ข้างหลังเป็นการตอบโต้ Microsoft ในปีเดียวกัน Apple ออก Power Macintosh? เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของ Apple ที่ใช้หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) PowerPC? จาก IBM

ในปี 1996 Michael Spindler? ถูกปลดและ Gil Amelio? ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเป็น CEO แทนที่ Gil Amelio เปลี่ยนแปลง Apple หลายอย่าง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงการปลดพนักงานจำนวนมากในช่วงนั้นด้วย หลังจากประสบความล้มเหลวในการปรับปรุง Mac OS เริ่มจากโครงการแรกชื่อว่า Taligent? ตามมาด้วยโครงการ Copland? และโครงการ Gershwin? ทำให้ Amelio ตัดสินใจที่จะซื้อ NeXT? และระบบปฎิบัติการ NeXTSTEP? และนำ Steve Jobs กลับมา Apple ในฐานะที่ปรึกษา ในวันที่ 9 กรกฎาคม 1997 Gil Amelio ถูกคณะกรรมการบริหารไล่ออกจากบริษัท หลังจากที่ทำให้บริษัทอยู่ในภาวะขาดทุนต่อเนื่องถึง 3 ปี มูลค่าหุ้นตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คณะกรรมการได้ให้ Steve Jobs มาเป็น CEO ชั่วคราวในระหว่างนั้น Jobs ได้เริ่มปรับโครงสร้างการผลิตของบริษัท

ในปี 1997 ที่งาน Macworld Expo? Steve Jobs? ประกาศความร่วมมือระหว่าง Apple และ Microsoft และเปิดตัวโปรแกรม Microsoft Office สำหรับ Macintosh ในขณะเดียวกัน Microsoft ได้เข้าลงทุนใน Apple เป็นมูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นหุ้นที่ไม่มีสิทธิออกเสียงในการโหวต

วันที่ 10 พฤศจิกายน 1997 Apple เปิดตัว Apple Store? ร้านค้าปลีกออนไลน์ เป็นแผนดำเนินการในการสร้างโครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตแบบตามสั่ง

1998-2005 : เริ่มต้นยุคใหม่

ในวันที่ 15 สิงหาคม 1998 Apple เปิดตัวคอมพิวเตอร์แบบ all-in-one ซึ่งดูแล้วนึกถึง Macintosh 128K? ชื่อว่า iMac ออกมา iMac นั้นถูกออกแบบโดยทีมนักออกแบบนำโดย Jonathan Ive? ซึ่งในภายหลังก็ได้ออกแบบ iPod และ iPhone ออกมา iMac นั้นให้ความสนใจกับเทคโนโลยีที่มีในตอนนั้น และการออกแบบแบบใหม่ที่สร้างความแตกต่าง ภายใน 5 เดือนแรกขายได้ไปกว่า 800,000 เครื่อง ทำให้ Apple กลับมาทำกำไรได้อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 1993 เป็นต้นมา

ในช่วงนี้ Apple ได้เข้าซื้อบริษัทต่างๆจำนวนมาก เพื่อรวมรวมผู้เชียวชาญ และซอฟท์แวร์ที่เน้นเจาะตลาดผู้บริโภค ในปี 1998 Apple แถลงข่าวการเข้าซื้อซอฟท์แวร์ Final Cut? จากบริษัท Macromedia เป็นการส่งสัญญาณว่าบริษัทจะขยายฐานการตลาดเข้าไปสู่ตลาด Digital Video ในปีต่อมา Apple ได้ออกโปรแกรมตัดต่อวีดีโอออกมาสองตัวคือ iMovie? สำหรับตลาดผู้ใช้งานทั่วไปและ Final Cut Pro? สำหรับตลาดผู้ใช้งานมืออาชีพ ซึ่งในภายหลังได้เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่มีผู้ใช้งานมากมาย ในปี 2007 มีผู้ใช้กว่า 800,000 ราย ในปี 2002 Apple ได้ซื้อบริษัท Nothing Real ซึ่งมีซอฟท์แวร์สำหรับการ Compositing Digital Video ที่ชื่อว่า Shake? เช่นเดียวกับการเข้าซื้อบริษัท Emagic ซึ่งมีซอฟท์แวร์สำหรับงานผลิตงานเพลงที่ชื่อว่า Logic? ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาโปรแกรม GarageBand? ที่ใช้ในตลาดผู้ใช้งานทั่วไป ในปีเดียวกันนั้นเองก็ได้ออกโปรแกรมชื่อ iPhoto? ทั้งหมดนี้ (iMovie , iPhoto และ GarageBand) รวมกันเป็นชุดโปรแกรมที่ชื่อว่า iLife?

Mac OS X เป็นระบบปฎิบัติการที่มีพื้นฐานมาจาก NeXT? ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก OPENSTEP และ BSD Unix ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มกราคม 2001 หลังจากที่ใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา มีเป้าหมายทั้งกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และผู้ใช้งานมืออาชีพ Mac OS X มีเป้าหมายที่จะสร้างระบบปฎิบัติการที่มีความเสถียร และมีความปลอดภัยตามแบบของระบบ Unix ในขณะเดียวกันก็จะต้องมีส่วนการใช้งานติดต่อผู้ใช้ที่ใช้งานได้ง่าย โดยการยกเครื่องส่วน UI ใหม่ทั้งหมด สำหรับการรองรับการย้ายผู้ใช้จาก Mac OS 9? มาใช้งานระบบปฎิบัติการใหม่นั้น มีการเตรียม Mac OS X ให้สามารถใช้งานโปรแกรมของ OS 9 ได้ผ่าน Classic environment

ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2001 Apple ได้เปิดตัวร้านค้าปลีก Apple Retail Store? แห่งแรกในรัฐ Virginia และ Califonia ในปีเดียวกัน Apple ได้เปิดตัว iPod เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบพกพา เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสำเร็จอย่างน่าประหลาดใจ ภายในระยะเวลา 6 ปีทำยอดขายกว่า 100 ล้านเครื่อง ในปี 2003 Apple ได้เปิด iTune Store? ร้านขายเพลงออนไลน์ ขายเพลงในราคาเพลงละ 99 เซ็นต์ ใช้งานร่วมกับ iPod ไม่นานนักบริการดังกล่าวก็กลายเป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกเพลงออนไลน์ในที่สุด ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2008 ยอดขายเพลงที่ขายผ่าน iTune Store มีมากกว่า 5 พันล้านเพลง

นับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมาทีมออกแบบของ Apple ก็ค่อยๆปรับเปลี่ยนการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้พลาสติกใสๆหลากสี ที่เคยใช้ใน iMac G3? และผลิตภัณฑ์อื่นโดยเริ่มจาก titanium PowerBook? ตามมาด้วย iBook? และ iMac รุ่นจอแบน

2005-ปัจจุบัน : ผูกมิตรกับ Intel

วันที่ 6 มิถุนายน 2005 ระหว่างการกล่าว Keynote ในงาน WWDC? Steve Jobs ได้ประกาศว่า Apple จะเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์จาก Intel? ในการผลิตเครื่อง Mac ในปี 2006 ในวันที่ 10 มกราคม 2006 MacBook Pro และ iMac ได้กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์จาก Apple สองรุ่นแรกที่ใช้ชิปประมวลผล Core Duo ของ Intel ในวันที่ 7 สิงหาคม 2006 Apple ได้ย้ายฐานผลิตภัณฑ์ Mac ทั้งหมดมาใช้ชิปจาก Intel หมดทุกรุ่นใช้เวลา 1 ปีหลังจากมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ถึงตอนนี้ชื่อสินค้า Power Mac? , iBook? และ PowerBook? จะไม่นำมาใช้อีกต่อไป โดยจะเปลี่ยนเป็น Mac Pro, MacBook และ MacBook Pro แทน

ในขณะเดียวกัน Apple ก็ได้เปิดตัว BootCamp? ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้ง Windows XP หรือ Windows Vista ในเครื่อง Intel Mac โดยใช้ร่วมกันกับ Mac OS X ได้

ในช่วงนี้ Apple ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยสังเกตได้จากมูลค่าราคาหุ้นของบริษัทในตลาดที่เพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างปี 2003 และ 2006 ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นกว่า 10 เท่าจากประมาณ 6 เหรียญ มาอยู่ที่ประมาณ 80 เหรียญ (คำนวณหลังจากการแตกพาร์หุ้นเรียบร้อยแล้ว) ในเดือนมกราคม 2006 มูลค่าตลาดของ Apple ก็เติบโตแซงหน้า Dell เมื่อ 9 ปีก่อนหน้านี้ Michael Dell ผู้บริหารของ Dell ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าหากเขาเป็นผู้บริหาร Apple จะปิดบริษัทและคืนเงินให้กับผู้ถือหุ้น

ในวันที่ 9 มกราคม 2007 ระหว่างกล่าว Keynote ในงาน Macworld Expo? Steve Jobs ได้ประกาศว่าบริษัทจะเปลี่ยนชื่อจาก Apple Computer, Inc. เป็น Apple, Inc. ในงานเดียวกันก็ได้เปิดตัว iPhone และ AppleTV ในวันถัดมามูลค่าหุ้นของ Apple พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 97.80 เหรียญเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดบริษัทมา ในเดือนพฤษภาคมมูลค่าหุ้นของ Apple เพิ่มสูงขึ้นผ่าน 100 เหรียญสหรัฐ

ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2007 Apple ประกาศขายเพลงใน iTunes Store โดยไม่มี DRM (ระบบป้องกัน) ซึ่งเคยทำให้เพลงที่ซื้อไปไม่สามารถเล่นกับเครื่องเล่นยี่ห้ออื่นได้ ถ้าหากว่าค่ายเพลงยอมรับและตกลงกับ Apple ในวันที่ 2 เมษายน 2007 EMI ร่วมมือกับ Apple ประกาศว่าจะยกเลิกการใช้งาน DRM ในเพลงของ EMI ทุกเพลงซึ่งมีผลในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน

ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2008 Apple เปิดตัว App Store? สำหรับขาย Applications จาก 3rd Party สำหรับใช้งานกับ iPhone และ iPod Touch? ในเดือนแรกร้านค้าออนไลน์ดังกล่าวขายโปรแกรมไปกว่า 60 ล้านครั้ง มูลค่าการซื้อขายผ่าน App Store เฉลี่ยวันละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ Steve Jobs คาดการณ์ว่า App Store อาจจะกลายเป็นธุรกิจที่ทำรายเงินพันล้านเหรียญให้กับ Apple

ในวันที่ 16 ธันวาคม 2008 แอปเปิลประกาศว่าปี 2009 จะเป็นปีสุดท้ายที่ Apple จะเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Macworld Expo และจะมี Phil Schiller? เป็นผู้กล่าว Keynote แทน Steve Jobs ซึ่งหยุดพักไปรักษาตัวจากอาการป่วย ในวันที่ 14 มกราคม 2009 มีเอกสารภายในจาก Steve Jobs แจ้งให้กับพนักงาน Apple ทราบว่าจะลาพักเป็นเวลา 6 เดือนเพื่อรักษาตัวจากอาการป่วย และจะกลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากเดือนมิถุนายน 2009 จึงแจ้งให้พนักงานทั้งหมดทราบ เพื่อตัวเขาเองจะได้มุ่งเป้าไปที่การรักษาตัว ในขณะที่บริษัทจะไม่ต้องเป็นกังวลกับเรื่องดังกล่าว และมุ่งเป้าไปที่การทำงานได้เต็มที่

ผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน

Mac และอุปกรณ์เสริม

  • Mac mini เครื่องตั้งโต๊ะขนาดเล็กสำหรับใช้งานทั่วไป ไม่มีจอและคีย์บอร์ด เปิดตัวในเดือนมกราคม 2005
  • iMac เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบ all-in-one เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้บริษัทพ้นจากปัญหาภาวะทางการเงิน
  • Mac Pro เครื่องคอมพิวเตอร์ระดับ Workstion สำหรับผู้ใช้งานมืออาชีพ เปิดตัวครั้งแรกเดือนสิงหาคม 2006
  • MacBook เครื่องโน๊ตบุ๊คสำหรับใช้งานทั่วไป เปิดตัวในปี 2006 ปัจจุบันมีทั้งรุ่นที่เป็นตัวเครื่องพลาสติกขาว และแบบอะลูมิเนียม
  • MacBook Air เครื่องโน๊ตบุ๊กเบาและบางเป็นพิเศษ เปิดตัวในเดือนมกราคม 2008
  • MacBook Pro เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาสำหรับผู้ใช้งานมืออาชีพ เปิดตัวในเดือนมกราคม 2006
  • Xserve? เซิร์ฟเวอร์แบบ Rack mounted ขนาด 1 U

นอกจากผลิตภัณฑ์ข้างต้นแล้ว Apple ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นอุปกรณ์เสริมของ Mac อีกหลายอย่าง ได้แก่ AirPort? อุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย Time Capsule? , Cinema Display? , Mighty Mouse? และ Apple Wireless Keyboard? รวมไปถึง Apple USB Modem?

iPod

ในวันที่ 23 ตุลาคม 2001 Apple เปิดตัว iPod เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบพกพา ซึ่งภายหลังได้ค่อยๆพัฒนาออกมาอีกหลายรุ่น มีรูปแบบที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบสนองผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน iPod เป็นผู้นำในตลาดเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา จนถึงวันที่ 9 เมษายน 2007 ทำยอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 100 ล้านเครื่อง นอกจากนั้น Apple ยังได้ร่วมมือกับ Nike ออกผลิตภัณฑ์ชื่อ Nike+iPod? เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกาย ที่ทำให้เราสามารถบันทึกการวิ่งไว้ได้ใน iPod และใช้ร่วมกับ iTunes? ในการส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์ Nike+ ปัจจุบัน Apple ขาย iPod อยู่ 4 แบบดังนี้

  • iPod Classic? (เดิมชื่อ iPod และเปลี่ยนเป็น iPod Classic ในปี 2007) เครื่องเล่นรุ่นแรกเปิดตัวในปี 2001 สำหรับรุ่นปัจจุบันมีความจุ 120GB
  • iPod Nano? เป็นเครื่องเล่นขนาดเล็ก เปิดตัวในปี 2005 ปัจจุบันมีรุ่นความจุ 8GB และ 16GB
  • iPod Shuffle? เป็นเครื่องเล่นขนาดเล็กที่สุด เปิดตัวในปี 2005 ปัจจุบันมีรุ่นความจุ 1GB และ 2GB
  • iPod Touch? เปิดตัวในเดือนกันยายนปี 2007 ปัจจุบันมีรุ่นความจุ 8GB, 16GB และ 32GB

iPhone

เดือนมกราคมปี 2007 ในงาน Macworld Expo? Steve Jobs ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีการคาดหวังกันมานาน iPhone เป็นอุปกรณ์ซึ่งรวมเอาการใช้งาน Internet ความสามารถในการเป็น Smart Phone และความเป็น iPod เข้าไว้ด้วยกัน iPhone เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ GSM quad band ใช้เทคโนโลยี GPRS และ EDGE ในการรับส่งข้อมูล ใช้ระบบปฎิบัติการที่ลดขนาด Mac OS X ลงมาเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า OS X iPhone? มี Application บางตัวเหมือนใน Mac เช่น Safari? และ Mail? รวมไปถึง Dashboard? widget อย่าง Google Maps และ Weather ตัวเครื่องของ iPhone มีขนาด 3.5 นิ้ว (89mm) หน้าจอแสดงผลเป็นแบบสัมผัส ความจุ 8 และ 16GB รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และ Wi-Fi ออกจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 29 มิถุนายน 2007 ขนาดความจุ 4G ราคา 499 เหรียญสหรัฐ และขนาดความจุ 8G ราคา 599 เหรียญสหรัฐ ในวันที่ 9 มิถุนายน 2008 บนเวที WWDC 2008 Steve Jobs เปิดตัว iPhone 3G ซึ่งจะออกจำหน่ายในวันที่ 11 กรกฎาคม 2008 iPhone ในรุ่นนี้เพิ่มการรองรับเครือข่าย 3G และระบบระบุตำแหน่งโดยดาวเทียมแบบ A-GPS รวมทั้งได้รับการออกแบบภายนอกใหม่เล็กน้อยอีกด้วย

Apple TV

ในงาน Macworld Expo ปี 2007 Steve Jobs ได้สาธิตการใช้งาน AppleTV (ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า iTV) อุปกรณ์ Set-top ที่เป็นตัวเชื่อมระหว่าง iTunes และโทรทัศน์ อุปกรณ์ดังกล่าวใช้เครื่องรับโทรทัศน์ในการแสดงผล และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่าน Ethernet หรือ Wi-Fi สามารถ Sync กับ iTunes? ได้หนึ่งเครื่องและสามารถสตรีมจากเครื่องอื่นได้อีก 4 เครื่อง โดย Apple TV ในรุ่นแรกมีความจุภายใน 40GB มีการแสดงผลแบบ HDMI และ Video Component สามารถเล่นวีดีโอที่ความละเอียด 720p ได้ ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2007 รุ่นความจุ 160GB ได้ออกมาเพิ่มเติม ในวันที่ 21 มกราคม 2008 มีการออกซอฟท์แวร์อัพเดต ให้สามารถซื้อเพลง รวมไปถึงการเช่าหรือซื้อภาพยนตร์ ได้โดยตรงจาก AppleTV ไม่ต้องทำงานผ่านคอมพิวเตอร์อีกต่อไป

Software

Apple พัฒนาระบบปฎิบัติการของตัวเอง สำหรับใช้งานกับเครื่อง Mac ชื่อว่า Mac OS X โดยรุ่นล่าสุดชื่อว่า Mac OS X v10.5 Leopard? นอกจากนั้นยังพัฒนาซอฟท์แวร์อีกหลายตัว สำหรับใช้ในระบบปฎิบัติการ Mac OS X โปรแกรมหลายตัวถูกแถมมากับการซื้อเครื่อง Mac อย่างเช่นโปรแกรมในชุด iLife? ที่ประกอบไปด้วย iDVD? , iMovie? , iPhoto? , iTunes? , GarageBand? และ iWeb? สำหรับซอฟท์แวร์ทำงานสำนักงานนั้น Apple มีโปรแกรมชุด iWork? ซึ่งประกอบไปด้วย Keynote? , Pages? และ Numbers? ในขณะเดียวกันซอฟท์แวร์พื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้งานอย่าง iTunes , QuickTime? , Web browser Safari? และ Software Update? นั้นมีให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งรุ่นที่ทำงานใน Mac OS X และ Windows

Apple ยังมีซอฟท์แวร์ที่ทำตลาดกับกลุ่มผู้ใช้งานมืออาชีพอีกหลายอย่าง สำหรับสายงาน IT นั้นก็มี Mac OS X Server? , Apple Remote Desktop? โปรแกรมที่ใช้สำหรับควบคุมการทำงานผ่านเครือข่าย , WebObjects? , Java EE Web application server และ Xsan? สำหรับสายงาน Creative นั้นก็มีซอฟท์แวร์อย่าง Aperture? ใช้สำหรับช่างภาพมืออาชีพ สามารถประมวลผลภาพแบบ RAW ได้ , Final Cut Studio? สำหรับงาน Video Production , Logic? สำหรับงานผลิตดนตรีและการทำเสียงต่างๆ , Shake? สำหรับงานทำเทคนิคพิเศษภาพยนตร์

นอกจากนั้น Apple ยังมีซอฟท์แวร์อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งให้บริการออนไลน์ผ่านระบบเครือข่าย Internet อีกด้วย MobileMe? (ชื่อเดิมคือ .Mac) ประกอบไปด้วยเว็บไซต์ส่วนตัว , อีเมล์ , Groups , iDisk? , Backup? , iSync? บริการ MobileMe? เป็นบริการที่คิดค่าสมาชิก ให้บริการเก็บข้อมูลส่วนตัวในระบบอินเตอร์เน็ต รวมถึงใช้ในการ Sync ข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ในงาน Macworld Expo 2009 มีการเปิดตัว iWork.com? บริการออนไลน์สำหรับผู้ใช้งานโปรแกรมชุด iWork ให้สามารถนำเอกสารไปเก็บไว้ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และใช้งานร่วมกันกับผู้อื่นได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

วัตนธรรม

องค์กร

Apple เป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงบริษัทหนึ่ง ก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 1970 มีแนวทางซึ่งแตกต่างจากความคิดวัฒนธรรมองค์กรแบบเดิมๆ หน่วยงานที่ก่อตั้งในช่วงเดียวกัน และมีวัฒนธรรมองค์กรคล้ายๆกันได้แก่ Southwest Airlines และ Microsoft เป็นบริษัทที่มีแนวทางแตกต่างจากคู่แข่งที่เงียบขรึมอย่าง IBM ซึ่งผลเป็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากตัวผู้ก่อตั้งบริษัท สำหรับ Steve Jobs นั้นบ่อยครั้งที่เขาจะเดินเท้าเปล่าไปรอบๆสำนักงาน ในช่วงปี 1984 ซึ่ง Apple ออกภาพยนตร์โฆษณาในชื่อเดียวกันออกมา ได้เป็นแนวทางให้บริษัทพยายามที่จะทำตัว ให้แตกต่างจากคู่แข่ง

เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น มีผู้นำหลายคนผลัดเปลี่ยนกันมากุมบังเหียนการบริหาร ผู้บริหารแต่ละคนก็มีความคิดแนวทางสำหรับ Apple เป็นของตัวเอง เอกลักษณ์บางอย่างของบริษัทในช่วงแรก ก็หายไป ยังไงก็ตามแต่ Apple ก็ยังคงขึ้นชื่อเรื่องการเป็นองค์กรที่เป็นแหล่งรวม ผู้ที่มีความสามารถในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ Steve Jobs กลับมาบริหารบริษัทอีกครั้ง เพื่อให้พนักงานต่างๆเหล่านั้น เป็นที่จดจำ Apple ได้จัดตั้ง Apple Fellows ขึ้น Apple Fellows คือผู้ที่เคยสร้างผลงานทางเทคนิค หรือมีความสามารถในการเป็นผู้นำ ที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษออกมา ผู้ที่เคยได้รับรางวัลจากกิจกรรมดังกล่าวได้แก่ Bill Atkinson? , Steve Capps? , Rod Holt , Alan Kay? , Guy Kawasaki? , Al Alcom? , Don Norman? , Rich Page? และ Steve Wozniak?

ผู้ใช้

จากผลการสำรวจของ J. D. Power Apple เป็นตราสินค้าระดับสูง ที่ได้รับความเชื่อมั่น การซื้อสินค้าซ้ำ จากผู้ซื้อมากกว่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายอื่น Apple พยายามรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ออกมาจะอยู่ในแนวทางที่ไม่หลุดออกจากกรอบของการรักษา ความภักดีในตราสินค้า มีครั้งหนึ่งที่มีการก่อตั้ง Apple evangelists? เป็นลักษณะของกลุ่มสาวกขึ้น เพื่อช่วยเหลือบริษัท แต่นั่นก็คือหลังจากที่ความประทับใจของผู้ใช้ต่อ Apple ได้ก่อตัวขึ้นมาแล้ว Guy Kawasaki? สาวก Apple คนหนึ่งได้กล่าวว่า ความคลั่งไคล้ในแบรนด์ Apple นั้น เหมือนจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ Apple ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือกัน จากกลุ่มเครือข่ายของผู้ใช้ Mac ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ หรือกลุ่มเล็ก ในทุกๆที่ที่มีเครื่อง Mac อยู่

กลุ่มผู้ใช้ Mac มีงาน Apple Expo? เป็นเทศกาลนัดพบกัน กลุ่มผู้ใช้ Mac ในสหรัฐอเมริก มีงาน Macworld Expo? เป็นงานเทศกาลของพวกเขา งานแสดงสินค้าดังกล่าวเป็นเวทีที่ Apple จะใช้ในการแนะนำสินค้าใหม่ในแต่ละปีออกสู่สาธารณะ กลุ่มนักพัฒนาใน Mac ก็มีงาน WWDC? ซึ่ง Apple จะจัดขึ้นทุกปีเป็นงานชุมนุมของนักพัฒนา Mac ทั้งหลาย

Apple Store? เองก็มีผู้มาชุมนุมกันนับพันคน หลายคนมาเข้าแถวต่อคิวกันยาวเหยียด ก่อนวันที่สินค้าของ Apple จะวางขาย บางคนก็มาตั้งเต็นท์กันเลยทีเดียว แฟน Mac บางคนใช้ New York City Fifth Avenue "Cube" เป็นที่ขอแต่งงานกันเลยทีเดียว งานเปิดร้านสาขาโตเกียวที่ Ginza มีผู้เข้าแถวรอเข้าในวันแรกหลายพันคน แถวยาวไปจนเลยแปดช่วงตึกเลยทีเดียว

John Sculley เคยให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ในปี 1997 ว่า "People talk about technology, but Apple was a marketing company. It was the marketing company of the decade."

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

สำนักงานใหญ่ของ Apple ตั้งอยู่ใจกลาง Silicon Valley เลขที่ 1 Infinite Loop? , Cupertino, California ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายในพื้นที่ประกอบไปด้วยอาคาร 6 หลัง มีพื้นที่ทั้งหมด 850,000 ตารางฟุต (79,000 ตารางเมตร) สร้างขึ้นในปี 1993 โดยบริษัท Sobrato Development Cos

ในปี 2006 Apple ประกาศจะเพิ่มพื้นที่ใหม่เป็น Campus ที่สองอยู่บนพื้นที่ 50 เอเคอร์ (200,000 ตารางเมตร) Compus ใหม่นี้อยู่ใน Cupertino เช่นเดียวกันห่างจาก Campus เดิมไปทางตะวันออกประมาณ 1 ไมล์ (1.8 กิโลเมตร)

ประธานผู้บริหาร (CEO)

  • 1977-1981 : Michael "Scotty" Scott?
  • 1981-1983 : A. C. "Mike" Markkula?
  • 1983-1993 : John Sculley?
  • 1993-1996 : Michael Spindler?
  • 1996-1997 : Gil Amelio?
  • 1997-ปัจจุบัน : Steve Jobs? (รักษาการณ์ 1997-2000)
Topic revision: r10 - 01 Feb 2009 - 14:38:29 - TheRyo
 
This site is powered by the TWiki collaboration platformCopyright © by the contributing authors. All material on this collaboration platform is the property of the contributing authors.
Ideas, requests, problems regarding TWiki? Send feedback